<< September >>

S

M

T

W

T

F

S

31 

8 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>

Happy Birthday MaeNong
สงกรานต์พระประแดง
สุขสันต์วันสงกรานต์ที่จันทบุรี#3
สุขสันต์วันสงกรานต์ที่จันทบุรี#2
สุขสันต์วันสงกรานต์ที่จันทบุรี#1
เด็กๆผลัดกันไม่สบาย#2
เด็กๆผลัดกันไม่สบาย
Happy Birthday Nong Korn
ไปวัด ไปวัด ทำบุญวันเกิด กฤต กับ กร
บัณฑิตน้อย
Happy Birthday Krit

 

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย#2

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2551

เมื่อคืนน้องกฤตยังคงมีไข้สูง วัดได้ประมาณ 40 องศา กินยาลดไข้ เช็ดตัว ติดแผ่นเจลที่หน้าผาก ไข้ก็ลดลงมาอยู่ที่ 39 องศาเอง แม่ก็นอนไม่หลับ กลัวลูกจะชัก คอยวัดไข้ให้ลูกอยู่ตลอด พอหมดฤทธิ์ยาก็มีไข้สูงอีก

พ่อบอกให้เอาผ้าชุบน้ำพับแล้ววางไว้ที่หน้าผาก แต่ลูกก็ไม่ยอมบอกว่าเย็น ไม่ชอบ แม่ก็พูดบอกกับลูกให้อดทนหน่อย ทุกคนเป็นห่วงกฤตอย่างมาก พ่อ แม่ อา ไม่ได้นอนเลย ก็เพราะเป็นห่วงลูก น้องกฤตก็เลยยอมให้วางผ้าแต่โดยดี

นอกจากลูกไม่สบายแล้ว แม่เองก็ปวดท้อง ท้องเสียด้วยเหมือนกัน พ่อบอกว่าแม่น่าจะเป็นอาหารเป็นพิษ แม่คิดว่าน่าจะเป็นยำที่กินกับพ่อเมื่อตอนเย็นแน่ๆเลย แต่ทำไมพ่อไม่เป็นด้วยหว่า........

ตื่นเช้ามาแม่ก็เลยไม่มีแรงเลย แต่อาการปวดท้องดีขึ้น เพราะ เมื่อคืนพ่อหายามาให้กิน แต่ก็รู้สึกเพลียอย่างมาก และ ไม่มีแรงเลย แค่อุ้มน้องเกล้ารู้สึกได้เลยว่าเหนื่อยมากๆ 

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน 2551 น้องกฤตก็ยังมีไข้สูงอยู่

เมื่อคืนแม่ก็ไม่ค่อยได้นอนเหมือนคืนก่อน น้องกฤตยังมีไข้สูงอยู่เหมือนเดิม แม่ก็คุยกับพ่อว่า น้องกฤตกินยาแก้อักเสบแล้ว ทำไมตัวยังไม่หายร้อนอีก พ่อก็เลยโทรปรึกษากับป้าอมรศรี เล่าอาการให้ป้าหมอฟัง ป้าหมอก็บอกว่าถ้าอักเสบมากๆก็อาจต้องใช้เวลาอีกสักวัน สองวัน อาการถึงจะดีขึ้น ให้ดูคืนนี้อีกสักคืน ถ้ายังมีไข้อยู่ พรุ่งนี้ให้พาไปหาป้าหมอที่โรงพยาบาลแล้วกัน

วันนี้ถึงน้องกฤตจะยังมีไข้อยู่ แต่ช่วงที่ไข้ลดลงลูกก็ลุกขึ้นมาเล่นกับพ่อ กับ น้องได้แล้ว

ลูกชวนพ่อ กับ น้องกร ให้ต่อรางรถไฟ หัวรถไฟ ก็จะมี โทมัส รถไฟฟ้าบีทีเอส และ ชินกันเซน แต่ชินกันเซนเสีย น้องกรก็หยิบหัวรถไฟมาให้พ่อแล้วบอกกับพ่อว่า "ป้อ ป้อ หัวยดฟายวิ่งม่ายได้แย๊ว ป้อซ่อมให้หน่อยคราบ" 

ระหว่างที่เล่นรถไฟกันอยู่ พี่แระก็หยิบนมมาให้ พี่กฤต กับ น้องกร คนละกล่อง น้องกรเห็นก็รีบพูดขึ้นว่า"ต้องกินนมเยอะๆ ตัวจะได้สูงเท่าฟ้า" พอน้องกร เจาะกล่องและดูดนมได้สักอึก ก็รีบวางกล่องนม และ ลุกขึ้นยืน พร้อมกับพูดว่า"กอนยืนดูกอนนะ ว่าสูงท่าวฟ้าหยือยัง " แม่ พ่อ พี่กฤต และ พี่แระ ได้ยินก็หัวเราะไปกับคำพูดของน้องกร

ตอนเที่ยงพ่อมาชวนแม่ออกไปกินข้าวแช่ แถวๆถนนวิทยุ ชื่อร้าน สงวนศรี แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะร้านปิด พ่อก็เลยขับรถไปกินที่สถาบันเกอเต้ ร้านอาหารเยอรมันแทน หลังจากนั้นก็แวะไปคลองถม เพื่อหาซื้อหัวรถไฟให้เด็กๆ

กับมาถ้งบ้าน พี่กฤต กับ พี่กร นอนหลับ มีแต่น้องเกล้าเพิ่งตื่น พอเห็นแม่ก็รีบเดินเข้ามาหาแม่ พร้อมกับขอดูดเต้าทันที แม่ตั้งใจว่าจะหย่านมไม่ให้ลูกดูดเต้าแล้ว (โทรปรึกษากับป้าแหม่ม ตั้งนานแล้ว) แต่ก็ใจยังไม่แข็งพอสักที ก็เลยยังให้ดูดมาอยู่เรื่อยๆ แต่ก็อีกทีอะนะ ไม่รู้ว่าใครติดใคร แม่ติดลูก หรือ ลูกติดแม่ก็ไม่รู้ ด้วยที่ว่า พี่กฤตไม่ได้ดูดนมแม่ พี่กรแม่ก็ปั๊มให้ดูดขวดถึง 4 เดือนก็เลิก พอมาถึงน้องเกล้าตั้งใจว่ายังไงต้องให้ดูดนมแม่ให้ได้(อิ อิ ก็ได้ป้าแหม่มเป็นที่ปรึกษาอีกนะแหละ) รวมที้งแม่พาลูกไปปรึกษาคลีนิคนมแม่ ที่ รพ.เด็ก  และ รพ.ศิริราช แม่ก็ได้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างให้ลูกดูดขวด กับ ดูดเต้า แม่มีความสุขมากๆจนไม่อยากให้ลูกหย่านมจากอกแม่ สรุป แม่คงติดลูกมากกว่าเนอะ 555

ตอนบ่ายน้องกฤตก็ไข้ขึ้นอีก แต่แม่สังเกตุว่าถึงไข้จะขึ้น แต่ก็ใช้ระยะเวลาห่างกว่าเดิม แม่ก็เลยเช็ดตัว ป้อนยาลดไข้ ไข้ก็ลด น้องกฤตก็ลุกขึ้นมาต่อรางรถไฟต่อ เพราะพ่อซือหัวรถไฟ และ รางรถไฟมาเพิ่มให้อีกด้วย  ต่อไปได้สักน้องกรก็ตื่นและลงมาสมทบกับพี่กฤต

พ่อก็บอกกับน้องกรว่า "พ่อซื้อหัวรถไฟชินกันเซนมาให้นะลูก ไม่ได้ซื้อโทมัสๆวิ่งอืด"

น้องกรก็หัวเราะ และ ลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับพูดว่า "ฮ่า ฮ่า ฮ่า โทมัส อึ อึ อึ"

พ่อกับพี่กฤตก็หัวเราะ และพูดกับกรว่า อืดลูก ไม่ใช่อึ แต่น้องกรก็ยังหัวเราะอยู่ แล้วพูดว่า โทมัส อึ อึ อึ อยู่นั่นเอง

วันอังคารที่ 8 เมษายน 2551

น้องกฤตก็ยังมีไข้อยู่ แต่ความร้อนน้อยลงวัดได้ 38.5 องศา พ่อกับแม่ก็เลยขับรถไปส่งน้องกรที่อนุบาลมณีรัตน์ก่อน แล้วค่อยขับรถกลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อให้ป้าหมอตรวจดู แต่ปรากฎว่าป้าหมอติดประชุม พ่อก็เลยโทรหาอาแดงๆเป็นหมอเด็กและเก่งมากเรื่องระบบทางเดินหายใจ อาแดงว่างพอดี แม่กับพ่อก็เลยพาน้องกฤตไปหาอาแดงแทน

อาแดงตรวจแล้วก็บอกว่า ต่อมธอมซิลก็ปรกติแล้ว คอกับหูก็ไม่แดงแล้ว น่าจะมีไข้จากไวรัส แต่ให้ลองดูว่าวันนี้มีไข้กลับมากอีกหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเจาะเลือดหาสาเหตุว่ามีไข้เพราะอะไร ใจแม่ก็ภาวนาว่าขอให้ไข้ลดอย่ากลับมาอีกเลย เพราะสงสารที่ลูกจะต้องถูกเจาะเลือด แต่ก็ไม่เป็นผล สัก 11 โมงกว่า ลูกก็ตัวร้อนขึ้นมากอีก พ่อก็เลยพาไปที่ โอพีดีเด็ก วัดไข้ได้ 38.5 องศา พ่อก็เลยสั่งเจาะเลือดเองเลย แล้วโทรปรึกษากับอาแดง

น้องกฤตรู้ว่าจะโดนเจาะเลือดก็ร้องไห้ บอกว่าไม่อยากเจาะเลือด แม่ก็เลยจับตัวน้องกฤตมากอด ปลอบ และ พูดกับลูก

กฤตครับ เวลาไข้ขึ้นลูกปวดหัวหรือเปล่า

น้องกฤตพยักหน้า 

แม่ก็ถามต่อว่า  ลูกปวดหัวแล้วชอบหรือเปล่า

น้องกฤตก็ส่ายหน้า  

 แล้วลูกอยากเป็นอย่างนี้ไปนานๆหรือเปล่า

น้องกฤตก็ส่ายหน้า

กฤตอยากไปเรียนว่ายน้ำ ไปเที่ยว หรือเปล่าครับ

น้องกฤตตอบว่าอยาก (พูดออกมาแสดงว่าอยากจริง)

เพราะฉะนั้นลูกก็ต้องให้ความร่วมมือ ทุกๆคนไม่มีใครอยากไม่สบายหรอกลูก แต่ถ้าเป็นแล้ว มีความจำเป็นต้องรักษา เราก็ต้องให้ความร่วมมือ เพราะว่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ คุณหมอ พี่พยาบาล อยากให้ลูกสบายดีนะครับ

น้องกฤตก็พยักหน้า

แม่กับพ่อก็กอดน้องกฤตและพาเดินไปที่ห้องไฟแดง แล้วก็ถามว่าเจ็บหรือเปล่า แม่ก็เลยถามกลับว่า วันก่อนฉีดวัคซีนเจ็บไหมครับ ลูกก็ส่ายหน้า ความจริงลูกไม่ได้เจ็บ แต่ลูกเสียวมากกว่าใช่ไหม น้องกฤตก็พยักหน้า

ถ้างั้นเวลาพี่พยาบาลเจาะ แม่จะกอดลูกไว้ แล้วกฤตก็อย่ามอง หันไปทางอื่น ลูกจะได้ไม่กลัวไงครับ

น้องกฤตก็ทำตามที่แม่บอก พยาบาลเช็ดยาฆ่าเชื้อ น้องกฤตก็ถามว่าทำไมต้องทา แม่ก็บอกลูกว่าเชื้อโรคจะได้ไม่ติดเข็มเข้าไปในร่างกายของลูงไง

พอพี่หยาบาลเอาสายจะมารัดแขน ลูกก็บอกว่าไม่อยากรัด แม่ก็ต้องอธิบายว่ารัดแล้ว พี่พยาบาลจะได้เห็นเส้นเลือดชัดๆไงลูก จะได้เจาะไม่ผิด ลูกก็ยอม

พอถึงตอนจะเจาะเส้นเลือด พี่พยาบาลก็บอกว่าลูกอย่าดิ้น นะครับ แม่ก็เลยรีบพูดขึ้นมาอีกว่า ถ้ากฤตดิ้น เข็มอาจจะหักแล้วคาอยู่ในเส้นเลือดได้ แล้วก็ต้องมาผ่าเพื่อเอาเข็มออก จะเจ็บมากกว่าเดิมนะครับ

แม่ก็กอดลูกไว้ แล้ว บอกให้หันหน้าไปอีกด้านนึง น้องกฤตก็ทำตามอย่างว่าง่าย แม่ก็ต้องคอยพูดย้ำกับลูกอีก ถ้าหากเจ็บนิดนึงก็ทนหน่อยนะลูก อย่าดิ้น อย่าสะบัดนะครับ เฮ้อ! แล้วก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

เสร็จแล้วแม่กับพยาบาลก็ชมกฤต ว่าเก่งมากๆเลยครับ น้องกฤตก็ยิ้มออกมาได้

ตอนบ่ายพ่อโทรมาบอกผลว่าไม่เจอสาเหตุทำให้มีไข้ พ่อบอกว่าน่าจะเป็นพวกไวรัส พ่อบอกถ้าวันพฤหัสยังมีไข้อยู่ ก็ค่อยสั่งเจาะเลือดใหม่ แม่รู้สึกกลุ้มใจมากๆ ให้เจอสาเหตุยังดีกว่า จะได้รักษาได้ แต่ตรวจแล้วไม่เจออะไร แม่จะทำยังไงดีหนอ

แม่ก็ลุ้นอยู่ในใจคืนนี้ขอให้ลูกอย่ามีไข้อีกเลย จับหน้าผากก็อุ่นๆ แต่จับที่มือเย็นแล้ว ในใจก็คิดหวังว่าไข้คงจะไม่กลับมาอีกแล้วนะ

วันพุธที่ 9 เมษายน 2551 ไม่มีไข้แล้ว

ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้าวันนี้ น้องกฤตไม่มีไข้แล้ว วัดไข้ได้ 37 องศา แม่รู้สึกดีใจมากเลย แต่ก็ไม่ได้ให้น้องกฤตไปโรงเรียนเพราะกลัวจะมีไข้กลับมาอีก

แม่ก็ไปส่งน้องกรที่โรงเรียน ช่วงนี้น้องกรอารมณ์ด์ ลงไปจากรถอย่างยิ้มแย้ม เริ่มชินแล้วที่ต้องไปโรงเรียนคนเดียว ช่วงแรกๆจะถามแม่บ่อยมาก ทำไมพี่กฤตไม่ไปโรงเรียน แม่ก็ตอบว่า พี่กฤตต้องขึ้นเรียนชั้น ป.1 ที่อนุบาลมณีรัตน์มีแค่ อนุบาล 3 พี่กฤตก็เลยต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนอื่นแล้วครับ

หลังจากนั้นน้องกรก็มีคำถามๆแม่อีกว่า "ทำไมกรต้องมาโรงเรียน" แม่ก็ตอบไปว่า เพราะกรกำลังจะเป็นพี่ อ.1 แล้วไงครับ ต้องมาเตรียมความพร้อมก่อนนะครับ น้องกรก็เงียบไป แต่ เข้าใจที่แม่พูดหรือเปล่าก็ไม่รุ้เหมือนกัน

หลังจากนั้นแม่ก็แวะ แม็คโคร ซื้อของนิดหน่อย ตอนกลับน้องกฤตเห็นร้านไอศกรีมก็บอกแม่ว่าอยากกินไอติม แต่แม่ก็ไม่อนุญาติเพราะว่ากลัวลูกยังไม่หายดีกินเย็นๆแล้วไข้จะกลับมาอีก งานนี้ก็เลยมีงอนแม่

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2551 พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก

เช้านี้น้องกฤตก็ไม่มีไข้เป็นวันที่สอง แต่น้องกฤตจำที่พ่อพูดได้ว่า หากยังมีไข้อยู่จะสั่งเจาะเลือดซ้ำ

ตื่นมาตอนเช้าน้องกฤตรีบบอกแม่ทันทีว่า กฤตไม่อยากเจาะเลือด วันนี้แม่ก็ให้กฤตหยุดเรียนอีกหนึ่งวัน เพือดูว่าไข้ไม่กลับมาอีกแน่ๆ ส่วนน้องกรแม่ให้ไปเรียน ก็ขับรถออกไปเพื่อจะแวะไปส่งพ่อและไปส่งน้องกร ช่วงระหว่างจะถึงที่ทำงานพ่อ  รถติดไปแดง แม่มองเห็นสองคนสามีภรรยาขับมอเตอร์ไซด์มาจอดอยู่ข้างๆรถ มองๆมาที่ล้อรถด้านหลังซ้ายมือ แล้วหันมามองแม่ที่ขับรถอยู่ แล้วก็คุยอะไรกันไม่รู้ แล้วก็หันมามองทางแม่ๆก็หันไปมองเขาด้วยสายตาที่จะถามเขามีอะไรเหรอค่ะ

แต่เขาก็หันกลับไปทั้งสองคน แล้วไม่พูดอะไร แล้วแม่ก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก พอไฟเขียวแม่ก็ขับรถออกไป พูดถามพ่อออกไป เอ๊ะ!พ่อ ทำไมรถมั่นสั้นๆแล้วก็ได้ยินเสียงตึ๊กๆๆๆ แม่ก็จอดรถ เปิดไฟฉุกเฉิน และ รีบเดินลงไปดูล้อทางด้านที่เขามองๆเมื่อตะกี้นี้ทันที

โอ้โห! แหล็กแท่งประมาณนิ้วก้อยนะค่ะ แล้วปลายแหลมมากๆเลย เสียบอยู่เข้าไปทางด้านแก้มยางและทะลุทางด้านที่สัมผัสกับถนน แม่ก็พยายามจะดึงเหล็อออกเพราะตอนที่จอดนั้นอยู่กลางถนน จะได้ขับรถเข้าข้างทางเพราะกลัวว่าตอนเลื่อนรถไอ้เจ้าเหล็กนี่จะไปทำให้แม็กซ์เสียด้วย แต่ดึงไม่ได้เหล็กร้อนจี๋เลย และ ก็ดึงไม่ออกด้วย

ก็มีมอเตอร์ไซด์รับจ้างใจดีมาจอดและช่วยแม่เปลี่ยนล้อรถ แต่เอายางอะไหล่ออกไม่ได้ แม่ก็เลยถามว่ามีช่างอยู่แถวนี้บ้างหรือเปล่า มอเตอร์ไซด์ใจดีก็ไปตามมาให้ แม่ก็กะว่าถ้าไม่ได้อีก ก็คงต้องตามช่างที่ปั๊มเราเองแล้วละ ส่วนพ่อพอน้องเกล้ายอมไปอยู่กับพี่เลี้ยงแล้ว พ่อก็ลงมาช่วยดู และบอกว่าให้ตามช่างที่ปั๊มมาเลยดีกว่า แต่แม่เห็นว่าไกลกัน อยู่พระประแดง กว่าจะมา และ ใช้เวลาเปลี่ยนอีก ต้องใช้เวลานาน ถ้ามีช่างแถวนี้ก็เอาแถวนี้ดีกว่า

ระหว่างที่รอเปลี่ยนยางอยู่เด็กๆก็สนุกสนานไปตามประสา ไม่ได้รู้สีกทุกข์อะไร ลงมาเดินเล่นบนทางฟุตบาธ

 

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

ระหว่างที่ช่างพยายามจะไขเอาล้ออะไหล่ออกมา พ่อก็ลงไปยืนดูช่างอยู่ใกล้ๆ น้องกรก็ลงไปยืนอยู่ข้างๆพ่อดูบ้าง พี่แระก็รีบไปจับน้องกรให้ขึ้นมายืนบนฟุตบาธ แล้วพี่แระก็พูดว่า

"น้องกรขึ้นมายืนบนนี้ ไปยืนตรงนั้น เดี๋ยวรถเอาไปกิน"

น้องกรก็พูดว่า "ยดม่ายมีปาก น้องกรมีปาก "

ช่างทำเสร็จแล้ว แม่ก็ถามราคา ช่างเขาบอก 300 บาท แม่ก็ว่าโอเค ก็จ่ายไป แต่ส่วนมอเตอร์ไซด์ใจดี แม่ก็ให้ค่าเสียเวลาเขาด้วยเช่นกัน

เหตุการณ์ในวันนี้ หากคิดอีกที ก็ดีแล้วละ ที่เหล็กดีดมาโดนยาง ดีกว่ามาโดนตัวถังรถ หรือ กระจก แล้วถ้าหากเหล็กทะลุผ่านกระจกเข้ามาได้ มาโดนคนใดคนหนึ่ง และ แม่ก็ไม่อยากคิดต่อแล้ว ว่าจะเป็นยังไง

วันนี้แม่เลยขับรถเข้าไปส่งพ่อในที่ทำงานเลย เพราะ พ่อสายมากแล้ว โดยปรกติจะจอดให้ลงด้านหลัง และ พ่อเดินเข้ามาที่ทำงานเอง แล้วแม่ก็ขับรถไปส่งน้องกรต่อ ไปถึง เกือบ 10 โมงแล้ว เพราะแม่ไม่อยากให้ลูกหยุดเรียน พรุ่งนี้ก็จะได้หยุดยาวช่วงสงกรานต์แล้ว

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2551

วันนี้แม่ให้น้องกฤตไปโรงเรียนได้แล้ว แต่ก็งอแงไม่อยากไป ก่อนออกจากบ้านแม่ก็ถ่ายรูปเด็กตอนเดินเล่นกันอยู่หน้าบ้าน และ ถ่ายรูปเด็กๆในรถตอนก่อนจะไปส่งโรงเรียน 

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

 

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

ตอนแม่เดินลงไปส่งที่ห้องเรียน น้องกฤตก็คลอเคลียไม่ยอมห่าง มากอดแม่ หอมแม่อยู่อย่างนั้น ไม่ยอมเดินเข้าห้อง และ ก็พูดแต่ว่าอยากให้แม่มารับไวๆ ได้ครับ บ่ายสามโมงแม่มารับเลยนะครับ น้องกฤตก็หันมากอดและจุ๊บแม่อีกครั้งและเดินเข้าห้องไป แล้วก็หันมาบ๊าย บาย แม่ก็โบกมือบ๊าย บาย ให้ลูก และ ยืนดูลูกอีกสักประเดี๋ยวก็เดินกลับไปที่รถ

น้องกรที่โรงเรียนแต่งชุดสวยงาม แม่เลือกชุดแบบสบายๆให้ใส่แทนใส่ชุดไทย เพราะสงสาร ชุดไทยใส่แล้วร้อน วันนี้ที่โรงเรียนมีจัดกิจกรรม เนื่องในวันสงกรานต์ มีการเล่นต่างๆ และ รดน้ำกันด้วย แต่แม่ไม่ได้แวะเพราะแม่มีธุระที่จะต้องทำ

  ช่วงบ่ายแม่รีบไปรับน้องกร และ พี่กฤตให้ตรงตามเวลาที่สัญญาไว้กับน้องกฤต 

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2551 พาเด็กๆไปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า 

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

ตื่นเช้ามาพี่กฤต กับ พี่กร อารมณ์ดี นั่งเล่นเลโก้กันแต่เช้า

พี่กฤตต่อเสร็จก็เอามาอวดแม่ๆก็เลยถ่ายรูปไว้ น้องกฤตบอกแม่ว่า นี่คือ ลิฟท์ไว้บรรทุกโลง และ ก็พูดอีกหลายครั้ง

ครั้งแรกที่แม่ได้ยิน แม่ก็อึ้ง และ คิดอยู่ในใจว่าลูกเอาคำว่า โลง มาจากไหน แล้วก็นึกขึ่นได้ว่า เคยพาน้องกฤตไปทำบุญบริจาคโลงศพที่วัดหัวลำโพงมา พอแม่ได้ยินพูดอีกครั้งแม่ก็เลยอธิบายให้น้องกฤตฟังว่า การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาตินะลูก ทุกๆคนจะต้องเจอ แต่คำว่า ตาย โลง เนี่ย ไม่ควรเอามาพูดเล่นๆ น้องกฤตก็ถามกลับมาว่า ทำไมถึงพูดเล่นไม่ได้  พูดได้ครับ แต่ไม่ใช่เอามาพูดเล่นๆอยู่บ่อยๆ เพราะ แม่ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ   แล้วแม่ก็เปลี่ยนเรืองบอกให้ลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไป ARTINO ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้ากันดีกว่า

น้องกรเห็นผลงานที่พี่กฤตทำเสร็จแล้ว อยากได้ เพราะ ยังต่อได้ไม่ซับซ้อนเหมือนของพี่กฤต ก็เลยมีการร้องไห้ แม่ก็เลยบอกพี่กฤตว่า ช่วยน้องต่อหน่อยซิลูก น้องกฤต ร้องโอ้โห แม่ มันยากนะ กว่าจะได้แบบนี้ แม่ก็ตอบไปว่า ก็เพราะยากนะซิลูก น้องทำไม่ได้ กฤตทำได้แล้วก็ช่วยน้องหน่อยซิครับ พี่ก็เลยพาน้องไปต่อ น้องถึงเลิกงอแงได้

 

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

วันนี้น้องกฤตมาทำศิลปะ ที่ ARTINO เพียงคนเดียว ส่วนน้องกร ควอลิตี้คิดส์ปิด

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

ทุกคนก็เลย มาส่งพี่กฤตก่อน ที่นี่เขามีให้สรงน้ำพระด้วย ก็เลยให้เด็กๆสรงน้ำพระกัน

ส่วนน้องเกล้าไม่ยอมเข้ามา วิ่งเล่นอยู่ด้านนอก

 น้องกฤตเข้าไปวันนี้คุณครูให้วาดรูปในหัวข้อวันสงกรานต์ แม่ก็เลยขออนุญาติคุณครูเข้าไปถ่ายรูปตอนน้องกฤตกำลังวาดรูป น้องก็ยอมให้ถ่ายรูปแต่โดยดี

เด็กๆผลัดกันไม่สบาย 2

ส่งเสร็จอาแอ้ก็ชวนแม่ไป สลิมเมอร์เวิลด์ นวดสลายไขมัน อาแอ้ซื้อคอร์สไว้ แม่ก็เอาซะหน่อย จะลงไปได้สักกี่ขีดหนอ เยอะเหลือเกิน เอิ๊ก เอิ๊ก ก็พาน้องกร น้องเกล้า และ พี่เลี้ยงไปด้วย เด็กๆก็ไปวิ่งเล่นรอแม่อยู่แถวนั้น และ ก็ดูเขาเต้นแอโรบิคกัน น้องกรก็เต้นไปกับเขาด้วยสนุกสนานกันใหญ่

พี่กฤตเรียนเสร็จ เราก็กินข้าวกัน และ ซื้อของในท็อป เพื่อเตรียมตัวไปเทียวจันทบุรีในวันพรุ่งนี้จ้า

ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนกันนะค่ะ   

 

 

กลับมาอ่านต่อจนจบแล้วค่ะ แค่นึกภาพตามเหล็กแทงล้อรถก็เสียวแล้วอ่ะค่ะ แต่น้องกรยังมีมุขตลกอีกแหนะ จริงด้วยเนอะ รถไม่มีปาก อิอิ

นักวิทยาศาสตร์ของน้องกฤตมีลิฟท์ที่กฤตต่อเองด้วยอ่ะ สงสัยคิดว่าโตขึ้นอยากเป็นนักวิทย์แหงมๆ
papamameicecream.diaryclub.com   
Fri 2 May 2008 13:30 [17]

แงแง ทำไมเม้นครั้งแรกไม่ยอมขึ้น

ท่ทางเด็กๆจะอาการดีกันหมดแล้วนะคะพี่น้อง ลูกๆไม่สบายเนี่ยแม่ก็เหมือนไม่สบายไปด้วยนะคะ ดีนะคะที่น้องกฤตพูดง่าย สมเป็นพี่ชายคนโตจริงๆเลย

ลูกชายบ้านนี้หล่อตี๊ตี๋กันทุกคนเลย

เรื่องยางแตกเนี่ยยังดีนะคะยังมีมอไซค์ใจดีมาช่วย
hunnybun.diaryclub.com   
Fri 2 May 2008 3:25 [16]

ไอคอนไม่ขึ้นค่า เอาใหม่ ๆ ข้างล่างเปิ้ลเองค่ะ
simplespace.diaryclub.com   
Thu 1 May 2008 20:47 [15]

คุณแม่ชื่ออะไรคะ เปิ้ลขอรู้จักชื่อคุณแม่ด้วยค่ะ

อ่านเรื่องที่ว่าเหล็กดีดมาติดที่ล้อหลังซ้าย

คือว่านึกย้อนไปตอนที่สองคนนั่งมอไซค์นะคะ ว่าทำไม เขาไม่บอกเราแต่แรก โอ้โห น้ำใจคน คือว่ามันอันตรายน่ะค่ะ

โชคดี ที่ได้เจอคนดี ดี น้ำใจงาม จากมอไซค์รับจ้าง

สมัยนี้หายากแล้วค่ะ แถมน่ากลัวอีกต่างหาก
   
Thu 1 May 2008 20:47 [14]

ชอบงานศิลปะน้องกฤตจังเลยค่ะ


Artino อยุ่แถวนะคะ น่าสนใจมากมายเลย :)
primandpan.diaryclub.com   
Thu 1 May 2008 16:10 [13]

หายละยังคะเด็กๆ

คิดถึงจ้า

อย่าลืมมาอัพไดบอกข่าวคราวกันด้วยนะ
pupai.diaryclub.com   
Tue 29 Apr 2008 1:24 [12]

ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมที่ได^^

เวลาลูกป่วยเนี่ย พ่อกับแม่ก็เป็นกังวลต่างๆนานาเลยนะคะ ป่านนี้หายไข้แล้วมั๊งคะ

แอบขำในความน่ารักปนทะเล้นของน้องกรจัง

ตกลงรถเป็นอะไรรึเปล่าคะ เดี๋ยวมาตามอ่านต่อนะคะ
papamameicecream.diaryclub.com   
Sat 26 Apr 2008 14:38 [11]

มาส่งกำลังใจให้จ้ะ

สามหนุ่ม ผลัดกันไม่สบายอย่างนี้ แม่น้องรับบทหนักเลย

ตอนนี้คงหายดีแล้วนะ ขอให้แข็งแรงทุกคน อย่าชวนกันป่วยแบบนี้อีกเลยนะ

คิดถึงจ้า
ชบาแก้ว คนไม่มีไดฯ   
Thu 24 Apr 2008 14:11 [10]

ไม่ชอบเลยนะคะเวลาที่ลูกๆไม่สบาย ยิ่งพลัดกันเป็นนี้ยิ่งเหนื่อยคุณแม่เลยนะคะ

ยังไงหายไวๆนะจ๊ะ

คิดถึงจ้า
pupai.diaryclub.com   
Thu 24 Apr 2008 1:52 [9]

หวังว่าน้องหายดีแล้วนะครับ

แข็งแรง ๆ นะครับ

คุณแม่เหนื่อยเลย สู้ค่ะ ให้กำลังใจคุณแม่ด้วยค่ะ
simplespace.diaryclub.com   
Wed 23 Apr 2008 20:06 [8]

หวัดดีค่ะ พี่

น้องกฤตเป็นยังไงบ้างคะ

แม่เคยบอกว่าเวลาที่ลูกไม่สบาย แต่พ่อแม่จะไม่สบายกว่าถึง 2 เท่า เพราะความเป็นห่วงลูก...

ขอให้น้องกฤต หายไข้ในเร็ววันนะคะ

ขอบคุณที่เข้าไปทักทายค่ะ
lifenana.diaryclub.com   
Wed 23 Apr 2008 16:02 [7]

น่าสงสารพี่กฤต
หายไว ๆ นะครับ สู้ ๆ นะครับ

sanandzern.diaryclub.com   
Wed 23 Apr 2008 14:22 [6]

ขำน้องกร เรื่อง โทมัสอึ อิอิ

พี่กฤตเก่งมาก ๆ เลยครับ...ไม่เสียทีเป็นลูกคุณหมอนะครับ

ขอให้หายไว ๆ นะลูก...
sinat.diaryclub.com   
Wed 23 Apr 2008 12:04 [5]

เด็กไม่สบายเนี่ยพ่อกะแม่อยากเป็นแทนเลยนะค่ะ .. สู้ๆค่ะพี่น้อง
nokbarnett.diaryclub.com   
Wed 23 Apr 2008 9:01 [4]

น่าสงสารจังนะคะ เวลาเด็กไม่สบายเนี่ย อยากให้เป็นเรามากกว่าเนอะ

ขอให้หายไวๆ นะคะ
nongvenus.diaryclub.com   
Tue 22 Apr 2008 21:49 [3]

ป่านนี้หายรึยังคะ

น้องกฤตเก่งมากๆเลยครับที่กล้าเจาะเลือดด้วย เป็นตัวอย่างให้น้องๆได้เลยนะครับ

ปล ป่านนี้หายรึยังคะ เป็นห่วงค่ะ
primandpan.diaryclub.com   
Tue 22 Apr 2008 20:15 [2]

ดูจากวันทีแล้ว ตอนนี้น้องกฤตน่าจะหายแล้วนะค๊าบ ..

ลูกไม่สบาย คนเป็นพ่อแม่นี่แหละ เหนื่อยสุด ..

แต่พี่กฤตเก่งมากๆเลย .. น้าแหม่มนะเห็นเข็มแล้วจาเป็นลท .. 555555
lovelymodem.diaryclub.com   
Tue 22 Apr 2008 10:24 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง